Friday, August 21st, 2009 at
20:29
ความเดิมจากตอนที่ 1 [ก่อตั้งร้านซ่อมคอมตอนที่ 1]
ความเดิมจากตอนที่ 2 [ก่อตั้งร้านซ่อมคอมตอนที่ 2]
เขียนไปเขียนมากลายเป็นไตรภาคไปซะแล้ว…อิอิอิ
หลังจากพลิกผันชีวิตจากพนักงานยกของ กลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ไอทีคอมพิวเตอร์ ดูเหมือนจะเท่ห์ดี…
ชีวิตมันก็มันก็มีอะไรพลิกผันอย่างนี้หล่ะครับ เมื่อได้เข้ามาอยู่ในแผนกนี้ ก็นับเป็นงานที่ถนัดและชอบด้วย ได้ทำงานไปด้วยเรียนรู้งานไปด้วย ดูแลคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในส่วนของแคชเชียร์ประมาณ 15 เครื่อง ในส่วนของบัญชี ประมาณ 30 กว่าเครื่อง ในส่วนด้านอื่นๆ อีกหลานสิบเครื่อง
มันทำให้เราได้คลุกคลีอยู่กับเรื่องซ่อมคอม วิเคราะห์ปัญหา แก้ปัญหา ล้างเครื่อง ติดตั้งโปรแกรมใหม่ ฯลฯ
เผลอแป๊ปเดียว เร็วปานโกหก…นี่เราอยู่ที่บริษัทนี้มา 7 ปีแล้วหรือเนี่ย….
จากประกบการณ์ต่างๆ ที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มันทำให้เรานึกถึงความคิดในตอนแรกๆ ที่เราตั้งความหวังไว้ คือ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง มากกว่าจะเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น
มานั่งมองดูชีวิตที่ผ่านไป
-ตื่นเช้ามาอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัว ทานอาหาร แล้วเตรียมตัวไปทำงาน
-เลิกงานกลับบ้านก็มืดค่ำแล้ว
-แต่ละปีไม่ค่อยได้กลับบ้าน
-วันหยุดก็ไม่ค่อยได้หยุด หยุดแล้วก็ไม่ได้โบนัส ลาพักร้อนก็ห้ามใช้ถ้าอยากได้โบนัส(ไม่รู้เป็นบริษัทประเภทไหน)
-ชีวิตเดินบนเส้นทางที่เขากำหนดมาให้
-ฯลฯ…ถุยชีวิต…
“ถ้าไม่ลงมือทำ…ไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จ”
ประสบการณ์มันทำให้คนฉลาดขึ้น ก็เลยคิดว่า “ลงมือทำเดี๋ยวนี้” โดยเริ่มจากสิ่งที่เราถนัดที่สุดก่อน นั้นคือ ซ่อมคอม
แล้วจะเริ่มจากจุดไหนดีล่ะ?
จะรอให้งานมาหา…หรือว่าจะเราจะเดินไปหางานเอง
ก็เลยเกิดความคิดว่า เราต้องเดินไปหางานเองจะดีกว่า นั้นคือ ตระเวณซ่อมคอม ไปที่ไหนไ้ด้ก็ไป(เท่าที่จะไปได้) เพื่อบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการซ่อมที่สุด(ส่วนเราเหนื่อย บ้างไม่เป็นไร)
มีลูกค้าคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า
ลูกค้า : “เนี่ยยกคอมไปซ่อมที่เซียร์ 2 ครั้งแล้ว เสียเวลาจริงๆ”
ก็เลยถามไปว่า : “เป็นอย่างไรเหรอครับ”
ลูกค้า : “ก็ตอนแรกเปิดคอมไม่ได้ ไม่รู้จะแก้ยังไง ก็ยกไปซ่อมที่เซียร์ เสียไป 500 บาท ซ่อมเสร็จ ยกกลับมาที่บ้าน ดันเปิดไม่ติดอีก โทรไปถามช่างคอมเขาก็บอกให้ทำโน่นทำนี่ ไอ้เราก็ทำอะไรไม่ค่อยจะถูก ก็เลยต้องยกไปให้เขาดูอีกเป็นรอบที่ 2 กว่าจะใช้งานได้”
Monday, August 17th, 2009 at
10:32

ก่อตั้งร้านซ่อมคอม ตอน 2
จากความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว เพื่อนได้ชักชวนให้ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นห้างใหญ่ขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
ตำแหน่งที่เราสองคนไปทำคือ ดูแลสต็อกสินค้า 555+ มันเกี่ยวกับที่เราเรียนมาไหมเนี่ย
ระบบที่นี่ไม่มีอะไรเลย มีโกดังเก็บของ มีสินค้า ไม่มีระบบอะไรเลย
ก็เลยมานั่งคุยกันกะเพื่อน เอายังไงกันดี… บทสรุปคือ ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง
1. ไปขอคอมพิวเตอร์จากหัวหน้ามา 1 ตัว แผนกคอมของบริษัทฯ ก็ให้คอมเรามา 1 ตัว ไอ้คอมที่เขาให้เรามาก็เป็นคอมที่เขาไม่ใช้กันแล้ว สถาพตอนนั้นคือโล๊ะทิ้ง
ผมกับเพื่อนก็เลยช่วยกันชุปชีวิตคอมเก่าเครื่องนั้นขั้นมาใหม่
2. เริ่มลงมือตีเส้นโกดัง จัดเป็นส่วนๆ จัดเป็นกลุ่มๆ จัดเป็นแผนก เพื่อให้ง่ายต่อการเช็ค (จากสภาพก่อนหน้านี้ที่ กองๆ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร) เรียกว่าตอนนี้เป็นกรรมกรเลยทีเดียว ทำกันสองคน
3. เมื่อโกดังเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็มาลงมือเขียนโปรแกรมคุมสต็อกกันเอง วางโครง Database และลงมือเขียนโปรแกรมกันจนเสร็จสรรพ ก็นำสินค้าทุกตัวเข้าโปรแกรมสต็อก ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
ตอนนั้นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ ลาออก…ไม่ใช่ซิ ออกไปเองโดยไม่ลามากกว่า ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ไอทีคอมพิวเตอร์เลยว่าง
เมื่อ คอมที่บริษัทมีปัญหา ก็มักจะเรียกให้เราสองคนไปดูให้ เริ่มเข้าสู่จากเด็กยกของ มาเป็นเจ้าหน้าคอมพิวเตอร์ลางๆ หล่ะ แต่ไม่เต็มตัว มีคนมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์อยู่ประมาณ 3 คนได้ มาทำสักพักก็ออก ทั้ง 3 คน (ทำไมว่ะ) ก็แปลกใจอยู่เหมือกัน แต่ก็ยังเราก็ยังคงทำหน้าที่เป็นพนักงานสต็อก เช็คของเข้า ตัดสต็อกออก แจ้งทำคืน ฯลฯ
และสุดท้ายสต็อกที่พวกเราทำก็ประสบความสำเร็จอย่างเป็นระบบด้วยดี
จากนั้นทางผู้บริหารคงเห็นว่า ไอ้หมอนี่ทั้งสองคนทำคอมได้ น่่าจะมาอยู่สายไอที
ก็พลิกชีวิตจากเด็กยกของมาเป็นเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ไปในตัว
ยัง…ยังไม่จบ แล้วจะมาต่อไป ขอไปซ่อมคอมลูกค้าก่อน
Share on Facebook
Popularity: 5% [?]
Monday, August 17th, 2009 at
10:03

ก่อตั้งร้านซ่อมคอม
“เมื่อคุณคิดอยากจะมีธุรกิจอะไรสักอย่าง และเก็บความคิดนั้นไว้อยู่ในหีบฝังดินไว้ คุณก็จะไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
นับเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของช่างซ่อมคอมอย่างกระผม ที่คิดไว้ว่าอยากมีธุรกิจอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง
ผมเริ่มเรียนรู้คอมพิวเตอร์ประมาณปี 2542 เป็นเงินก้อนแรกและก้อนเดียวที่ขอเงินพ่อ เพื่อมาซื้อคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ โดยมีเพื่อนที่คอยแนะนำเกี่ยวกับเรื่องคอมอยู่คนหนึ่ง ซึ่งจะนับเป็นอาจารย์ก็ว่าได้
เพื่อนคนนี้เก่งมากๆ เรียนรู้ไว มองทะลุประโปรงทุกอย่าง คอมเครื่องแรกนี้ก็ไปซึ้อกันสองคนกับเพื่อนคนนี้นั่นหละ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ซื้อกันมาแล้วประกอบกันเอง สนุกดี น็อตเนิ๊ตเหลือไม่รู้จะใส่ตรงไหน ก็แซวกันว่า
“สงสัยเขาผลิตมาเกิน” ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ
ผมไม่ได้เรียนสายคอมมาโดยตรง แต่ที่เป็นคอมเพราะรู้สึกชอบ เรียนรู้ไปแก้ปัญหาไป ซ่อมคอม สนุกดี
เมื่อเรียนจบมหาลัยมาแล้ว งานแรกที่ทำก็ทำงานกับเพื่อนคนนี้
เหมือนๆ จะตั้งร้านเอง แต่ไม่มีร้าน ไม่มีที่ มีแต่ใบปลิวที่ไปติดตามมหาลัยต่างๆ แถวถนนหนทาง เดินติดป้ายประชาสัมพันธ์กันไปเรื่อย มีรับซ่อมคอม รับพิมพ์งาน เป็นหลัก
ผมกับเพื่อนมีแนวคิดเดี่ยวกันคือ อย่ากมีร้านเป็นของตัวเอง ทำแบบครบวงจร เปิดให้เล่นเน็ต เปิดร้านเกมส์ เปิดสอนคอม เปิดซ่อมคอม เปิดสอนเขียนโปรแกรม จัดหลักสูตรอบรมต่างๆ
แต่ความคิดของเราทั้งสองคนก็ ยังไปไม่ถึงไหน เนื่องจากขาดหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง
จนเพื่อนได้ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทนำเข้าจากต่างประเทศ ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักแน่นอน…ฟันธง!
แล้วเพื่อนคนนี้อีกนั่นหล่ะที่ชักชวนให้เข้าไปทำงานที่บริษัทแห่งนี้ด้วย
แต่…ยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่ ขอตัวไปรับงานก่อน แล้วจะมาต่อให้จบ
Share on Facebook
Popularity: 9% [?]